รวมที่เที่ยวสุรินทร์

รวมที่เที่ยวสุรินทร์ ด้วยความงดงามของทั้งโบราณสถานและสิ่งก่อสร้างต่างๆ มากมาย รวมไปถึงธรรมชาติ ไม่ว่าใครที่ได้เห็น ต่างก็ต้องอยากมาเยือนอีกหลายๆ ครั้งปานามาซิตี้บีช (Panama City Beach) ฟลอริดา

รวมที่เที่ยวสุรินทร์ เยือนถิ่นช้าง ปราสาทงาม

ทะเลสาบทุ่งกุลา

ทะเลสาบทุ่งกุลา

ตั้งอยู่ใน ตำบลไพรขลา อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ เป็นหนึ่งในโครงการแก้มลิงอ่างกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่กรมชลประทานขุดเอาไว้ใช้เพื่อการเกษตร เมื่อก่อนนั้นบริเวณทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นบริเวณที่ใช้เลี้ยงสัตว์ของชาวบ้าน แห้งแล้งมาก แต่ปัจจุบันนี้ กลายเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ พื้นที่กว่า 750 ไร่

หนึ่งในโครงการแก้มลิง เป็นอ่างกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่เอาไว้ใช้กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร เมื่อก่อนนั้นบริเวณทุ่งกุลาร้องไห้ จะเป็นบริเวณแห้งแล้งมาก แต่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ มีน้ำใสสีฟ้า เหมือนน้ำทะเลเลย ทำให้ที่นี่เป็นเหมือนกับแหล่งพักผ่อนริมชายหาดของ สุรินทร์

เริ่มแรกที่ขุดอ่างเก็บน้ำนี้ น้ำก็มีสีขุ่นตามธรรมชาติเป็นปกติ แต่ภายหลังน้ำได้เปลี่ยนเป็นสีคราม เพราะน้ำแห่งนี้เป็นบริเวณของน้ำกร่อยนั่นเองค่ะ ว่ากันว่าเมื่อก่อนนั้นบริเวณนี้เป็นที่ผลิตเกลือสินเธาว์ ทำให้น้ำกลายมาเป็นใสสีฟ้าสวยงามเหมือนน้ำทะเลแบบนี้ค่ะ และด้วยบรรยากาศของลมพัดเย็นสบาย ทำให้เหมือนกับพักผ่อนอยู่ริมชายหาดเลยแหละ

โดยรอบๆ ทะเลสาบทุ่งกุลา นั้นก็จะมีแพร้านอาหารที่ตั้งเรียงรายกันไปเยอะแยะมากมาย ซึ่งกิจกรรมต่างๆ ของที่นี่ก็มีเยอะแยะอีกเช่นกันค่ะ ทั้ง ปั่นเรือถีบ บานาน่าโบ๊ท แพคาราโอเกะ ปั่นจักรยานต่างๆ อย่างการรับประทานอาหารก็คือสามารถลากแพออกไปนั่งทานชิลๆ กลางน้ำกันได้เลยค่ะ จะนั่งห้อยขาจุ่มน้ำทานข้าวไปด้วย หรือจะกระโดดน้ำเล่น ก็สนุกสุดๆ ชิลได้ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่เลย

หนึ่งไฮไลท์ของที่นี่ ก็คือการได้นั่งชมวิวของพระอาทิตย์ตกดินในตอนเย็นค่ะ ภาพที่เราจะได้เห็นตรงหน้าคือภาพของพระอาทิตย์ที่ส่องแสงกระทบกับผืนน้ำของทะเลสาบ พร้อมบรรยากาศดีๆ ลมพัดเย็นๆ

อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง รวมที่เที่ยวสุรินทร์

อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง รวมที่เที่ยวสุรินทร์

ตั้งอยู่ใน ตำบลเฉนียง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เป็นอ่างเก็บน้ำที่กักเก็บน้ำไว้สำหรับช่วยเหลือทางด้านการเกษตรกรรม การเพาะปลูกต่างๆ ได้มากกว่า 50,000 ไร่เลยค่ะ และยังเป็นแหล่งน้ำสำคัญในการผลิตน้ำประปาของจังหวัดด้วย ซึ่งน้ำในอ่างมาจากลำห้วยเสนงที่เกิดจากเทือกเขาพนมดงรักทางใต้ของสุรินทร์ นอกจากเขื่อนนี้จะใช้ประโยชน์ทางด้านชลประทานแล้ว ก็ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสุรินทร์และนักท่องเที่ยวจากจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย

ที่นี่ยังได้ฉายาว่า ทะเลสุรินทร์ เพราะส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวจะนิยมเข้ามาเล่นน้ำกัน และนั่งรับประทานอาหารตากลมชมวิวริมสันเขื่อนค่ะ โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายน ที่มีการจัดงานวันสงกรานต์นั้น ผู้คนจะหนาแน่นอย่างมากเลยค่ะ ซึ่งบริเวณสัน ของ อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง จะมีสันที่กว้างออกคล้ายกับแหลม ตรงนี้จะเป็นที่ตั้งของพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และยังเป็นที่ประทับรับรองพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ด้วยเช่นกัน

คงจะไม่มีอะไรดีไปกว่า การได้นั่งชิลๆ ริมน้ำมองบรรยากาศดีๆ ของท้องฟ้าอีกแล้วนะคะ นอกจากทะเลสาบทุ่งกุลา ก็คงจะมี อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง นี่แหละค่ะ ที่ได้บรรยากาศแบบนี้ ใน จังหวัดสุรินทร์ ใครที่กำลังคิดว่าสุรินทร์ไม่มีที่เที่ยวสวยๆ ต้องคิดใหม่แล้วนะคะ ถ้าได้มารู้จักที่นี่จริงๆ

ถ้ามาจากตัวเมืองสุรินทร์ ให้ไปทางถนนสุรินทร์-ปราสาท ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 214 ตรงไปประมาณ 5 กิโลเมตร พอถึงหลักกิโลเมตรที่ 5-6 ให้เลี้ยวไปทางซ้ายไปทางถนนริมคลองชลประทาน ขับไปราวๆ 4 กิโลเมตร จะเห็นป้ายโครงการชลประทานสุรินทร์ อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง

ปราสาทศีขรภูมิ รวมที่เที่ยวสุรินทร์

ปราสาทศีขรภูมิ รวมที่เที่ยวสุรินทร์

ปราสาทหินที่สะท้อนให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมขอมโบราณสมัยนครวัดนั่นเองค่ะ แม้จะมีอายุกว่าพันปีแล้ว ความสง่างาม และเสน่ห์ของศิลปะโบราณก็ยังไม่หายไป นับเป็นโบราณสถานที่ควรไปเยี่ยมชมสักครั้งในชีวิตเลย

ปราสาทศีขรภูมิ มีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า ปราสาทระแงง ซึ่งมาจากชื่อ ตำบลระแงง ที่ตั้งของตัวปราสาทนั่นเองค่ะ มีการสันนิฐานว่าปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 ซึ่งมีศิลปกรรมขอมแบบ บาปวน (พ.ศ. 1550-1650) และแบบ นครวัด (พ.ศ. 1650-1700) เดิมที่นี่เป็นเทวสถานเพื่อบูชา พระศิวะ เทพเจ้าแห่งศาสนาฮินดู

ศิลปกรรมที่ ปราสาทศีขรภูมิ ลักษณะเด่นของ ปราสาทศีขรภูมิ คือ ปรางค์ 5 องค์ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลง มีปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยปรางค์บริวารอีก 4 องค์ โดยมีภาพสลัก นางอัปสรถือดอกบัว และทวารบาลถือกระบองอยู่ตรงประตู ภาพสลักนางอัปสรนี้มีลักษณะคล้ายกับที่นครวัดที่ ประเทศกัมพูชา อย่างมาก และเชื่อว่าคงไม่มีศิลปะแบบนี้ที่ปราสาทศิลปะเขมรโบราณแห่งใดในประเทศไทยอีกเลย

นอกจากปรางค์ 5 องค์แล้ว ก็ยังมี ศิลาทับหลัง อีก 4 ชิ้น ซึ่งในปัจจุบันเหลือเพียงทับหลังชิ้นเดียวที่ ปราสาทศีขรภูมิ อีก 3 ชิ้นที่เหลือได้ถูกนำไปเก็บไว้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์ 2 แผ่น และ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมายอีก 1 แผ่น โดย 1 แผ่นที่ยังหลงเหลือที่ปราสาทนั้นสลักเป็นลวดลาย “ศิวะนาฎราช” เป็นรูป พระศิวะ ในท่วงท่ารำอ่อนช้อยโดยมีเทพอีก 4 องค์ คือ พระคเณศ พระพรหม พระวิษณุ และนางปารพตี (พระแม่อุมา) รวมถึงเทวดา ฤษี และสัตว์ศักดิ์สิทธิ์มากมายคอยร่วมบรรเลงเพลง ซึ่งทับหลังแผนนี้ถือว่ามีความสมบูรณ์และสวยงามมากที่สุดในประเทศไทยเลยค่ะ

ถ้าไปเยือน ปราสาทศีขรภูมิ แล้ว จะพบว่าตัวปราสาทได้ถูกล้อมรอบไปด้วยสระน้ำ สระที่หนึ่งตั้งจากทางทิศเหนือยาวอ้อมถึงทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และมีสระที่ทิศใต้ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีบัวขึ้นตามหย่อมน้ำ เสริมองค์ประกอบให้ ปราสาทศีขรภูมิ ดูงามสง่า สมกับเป็นโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ในอดีตกาลจริงๆ

การเดินทางไปที่ ปราสาทศีขรภูมิ จากตัวเมืองสุรินทร์ ให้ใช้ เส้นทางหลวงหมายเลข 226 เข้าสู่ อำเภอศีขรภูมิ ประมาณ 30 กิโลเมตร เมื่อเจอทางแยกเข้า ถนนเทศบาล 5 ให้เลี้ยวขวา และตรงไปอีกประมาณ 500 เมตร จะเจอ ปราสาทศีขรภูมิ ตั้งตระหง่านอย่างสวยงามอยู่ทางด้านซ้ายมือ

หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง รวมที่เที่ยวสุรินทร์

หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง

ช้าง สัตว์ที่มีความสำคัญต่อวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไทยเป็นเวลาช้านาน และยังเป็นที่ตั้งของ หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง หรือ ศูนย์คชศึกษา หมู่บ้านช้างที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ที่นี่ไม่เป็นเพียงหมู่บ้านช้างธรรมดาๆ ที่ให้พวกเราไปสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนและช้างเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทุกคนได้ไปศึกษาชีววิทยา ประวัติ และอุปนิสัยของน้องๆ ด้วย รับรองว่าทุกคนจะต้องตกหลุมรักในความน่ารักและฉลาดเฉลียวของน้องๆ

หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง หรือ ศูนย์คชศึกษา ตั้งอยู่ที่ ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ไปสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของคนและช้างที่มีความผูกพันกันอย่างเหนียวแน่น ศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติของช้างและประวัติศาสตร์ต่างๆ และชม พิพิธภัณฑ์ช้าง หรือ Elephant Museum จุดชมวิวสำหรับนักท่องเที่ยว โดยมีลานกว้างด้านล่าง เรียกว่า Elephant Stadium ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่ให้น้องช้างได้ทำกิจกรรมต่างๆ

หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง เป็นหมู่บ้านของ ชาวส่วย (กูย) หรือ ชาวกวย ที่มีความชำนาญในการคล้องช้างป่า และฝึกหัดช้าง แต่เพราะปัญหาช้างพลัดถิ่นที่เพิ่มจำนวนขึ้น ทางหมู่บ้านจึงกลายเป็นที่ดำเนินการตาม โครงการนำช้างคืนถิ่น เพื่อพาช้างเร่ร่อนเหล่านั้นกลับสู่บ้านเกิด ที่นี่จึงกลายเป็นศูนย์รวมช้างจากหลายหมู่บ้าน จนมีจำนวนมากกว่า 200 ตัวเลยทีเดียว

ใครไปเยือนหมู่บ้านตากลางก็ต้องทึ่งในความผูกพันของน้องช้างกับชาวบ้านค่ะ เพราะเลี้ยงและดูแลกันประหนึ่งสมาชิกในครอบครัว เวลานอนก็ต้องนอนใต้ชายคาเดียวกัน เวลาจะเดินไปไหน ทำอะไรก็จะมีน้องช้างอยู่ด้วยทุกที่ แถมยังเชื่อง แสนรู้ น่ารักจนคนอดที่จะหลงรักไม่ได้ แถมยังได้ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงความสามารถของน้องๆ ไม่ว่าจะเป็น ช้างเต้นรำ วาดรูป ปาลูกโป้ง เตะฟุตบอล และอื่นๆufabet อีกมากมาย

นอกจากนี้พวกเรายังสามารถไปศึกษาความรู้รอบตัวเกี่ยวกับช้างกันที่ อาคารพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจัดแสดงข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่วิวัฒนาการของช้าง ลักษณะของช้างในยุคต่างๆ  การเลี้ยงดูช้าง รวมถึงแนะนำวิธีการเข้าหาช้างอย่างไรให้เขารู้สึกเป็นมิตรกับเราด้วยค่ะ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจมากๆ เลยทีเดียว

ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศ ห่างจากหมู่บ้านไปประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีแหล่งน้ำของ วังละทุ จุดชมวิวทิวทัศน์ของ แม่น้ำมูล และ แม่น้ำชี ที่ไหลลงมารวมกันก่อนไหลเข้าสู่ แม่น้ำโขง ที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจชิลๆ ท่ามกลางแมกไม้ใบหน้าของป่าเขาที่โอบล้อมสายน้ำ ซึ่งทุกเดือนตุลาคมของทุกปี ที่ลำน้ำมูล จะมีประเพณีการแข่งเรือยาวประจำปีให้ได้ชมกันอีกด้วยค่ะ

นอกจากธรรมชาติแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เช่น ปราสาทนางบัวตูม ที่ตั้งอยู่ในเขต วัดปทุมศิลาวารีปราสาท และ วัดพระพุทธบาทพนมดิน ที่ประดิษฐานพระมหาเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ให้พวกเราได้ชมศิลปกรรมของปราสาทหินโบราณกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *