หมู่บ้านชาวประมง Reine

หมู่บ้านชาวประมง Reine นอร์เวย์เป็นประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวียที่มีเสน่ห์ในหลายๆ ด้าน เช่น ภูมิประเทศที่สวยงาม ภูมิอากาศที่เย็นสบายตลอดปี รวมถึงสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตแบบชาวไวกิ้งที่ส่งทอดต่อกันมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เมื่อพูดถึงนอร์เวย์ หลายคนอาจจะคิดถึงเมืองใหญ่ๆ เช่น เมืองออสโลหรือเมืองทรอมโซ แต่วันนี้พวกเรา จะพาทุกคนเดินทางออกนอกเมืองไปเที่ยวหมู่บ้าน Reine หมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ที่สุดและสวยงามที่สุดของประเทศนอร์เวย์กัน ใครพร้อมจะตามไปดูวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามและบริสุทธิ์ก็ตามเรามาเลยที่เที่ยวจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีโอซาก้า

หมู่บ้านชาวประมง Reine นอร์เวย์

หมู่บ้านชาวประมง Reine นอร์เวย์

ประวัติหมู่บ้านชาวประมง Reine เป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์และเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะโลโฟเทน (Lofoten) ในมณฑลนูร์ลันด์ อาณาเขตของหมู่บ้านตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์คติกเซอร์เคิลบริเวณใกล้ขั้วโลกเหนือ ล้อมรอบด้วยฟยอร์ดและเทือกเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดปี และถึงแม้จะอยู่เหนือเส้นอาร์คติกเซอร์เคิล แต่ภูมิอากาศของหมู่บ้านแห่งนี้ก็ไม่ได้หนาวจัดเหมือนที่อื่นๆ

ไฮไลท์ของหมู่บ้าน Reine ก็คือความสวยงามที่โดดเด่นนั่นเอง ถึงแม้ว่าหมู่เกาะโลโฟเทนจะมีหมู่บ้านตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ Reine ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดในนอร์เวย์มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ความสวยงามของที่นี่เริ่มต้นจากภูมิประเทศที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขาและฟยอร์ด สถาปัตยกรรมบ้านไม้ชาวประมงที่สร้างขึ้นในรูปแบบเดียวกัน ดูน่ารักและเป็นระเบียบ ทาสีสันสดใสตัดกับสีฟ้าครามของน้ำทะเล บรรยากาศสงบเงียบเป็นส่วนตัว เนื่องจากจำนวนประชากรของหมู่บ้าน Reine มีเพียงประมาณ 300 คนเท่านั้น

ฤดูกาล

เพราะเป็นพิกัดที่ได้รับอิทธิพลลมร้อนจากอ่าวเม็กซิโกและมีกระแสน้ำอุ่นไหลผ่านหมู่เกาะที่ตั้งของหมู่บ้าน ทำให้ Reine มีอากาศเย็นสบายตลอดปี แม้ในฤดูหนาวก็จะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า -5 องศาเซลเซียสเท่านั้น ในขณะที่ฤดูร้อนก็ยังคงมีอากาศเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยไม่สูงกว่า 15 องศา นับได้ว่าเป็นสถานที่ที่สามารถมาท่องเที่ยวได้ตลอดปีเลยทีเดียว ความสวยงามของที่นี่เป็นความสวยงามที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดู

ช่วงฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ถ้าเพื่อนๆ คนไหนไปช่วงฤดูร้อนก็จะเห็นหมู่บ้าน Reine โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาและทุ่งหญ้าเขียวขจีตัดกับสีสันสดใสของบ้านไม้หลากสีสัน ให้ความรู้สึกสดชื่นแจ่มใส นอกจากนี้ในช่วงฤดูร้อนประมาณกลางเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนกรกฎาคมก็จะเป็นช่วงเวลาที่เราสามารถเห็นปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืนได้อีกด้วย

  1. ฤดูใบไม้ร่วง สำหรับในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เหล่าต้นไม้บริเวณรอบๆ หมู่บ้านก็จะเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองแดง ดูสวยงามไปอีกแบบ
  2. ช่วงฤดูหนาว และในช่วงฤดูหนาวก็จะเป็นเวลาที่เทือกเขารอบๆ Reine และเหล่าบ้านสีสันสดใสจะปกคลุมไปด้วยหิมะ สวยงามเหมือนภาพในโปสการ์ดเลยทีเดียว นอกจากนี้หมู่บ้าน Reine ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สามารถมองเห็นแสงเหนือได้อย่างสวยงาม โดยช่วงเวลาที่จะมีโอกาสเห็นแสงเหนือได้มากที่สุดคือระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนมีนาคม โดยสามารถตรวจสอบโอกาสการเกิดแสงเหนือได้

กิจกรรมในหมู่บ้านชาวประมง ประเทศนอร์เวย์

หมู่บ้านชาวประมง

  •  วิถีชีวิตแบบชาวประมงดั้งเดิม นอกจากความสวยงามของทิวทัศน์ในทุกฤดูแล้ว วิถีชีวิตแบบชาวประมงดั้งเดิมซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีของที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้เข้ามาเที่ยวชมหมู่บ้าน ไฮไลท์ก็คือบ้านแต่ละหลังจะมีเรือผูกไว้หน้าบ้าน โดยชาวประมงที่ Reine จะออกหาปลาและนำปลามาผ่านกระบวนการแปรรูปด้วยการตากแห้งเพื่อส่งขายและเก็บไว้ทานในฤดูหนาว ปลาส่วนใหญ่ที่จับได้ในเขตนี้คือปลาค็อด ซึ่งเพื่อนๆ จะได้เห็นชาวประมงนำปลามาตากแห้งบนราวหรือชั้นไม้ทั่วหมู่บ้าน ซึ่งปลาแห้งถือเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกที่เก่าแก่ที่สุดของนอร์เวย์เลยทีเดียว
  • ฟาร์มเลี้ยงปลาแซลมอน นอกจากการออกเรือหาปลาทำประมงในรูปแบบปกติแล้ว หมู่บ้าน Reine ยังมีฟาร์มเลี้ยงปลาแซลมอนแบบฟาร์มเปิดซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายในหมู่บ้านอีกด้วย แซลมอนเป็นอาหารส่งออกอันดับต้นๆ ของประเทศนอร์เวย์ ชาวประมงที่นี่จะเลี้ยงปลาแซลมอนสายพันธุ์แอตแลนติก โดยจะเพาะพันธุ์ในน้ำจืดก่อน หลังจากนั้นจึงย้ายลงไปในฟาร์มน้ำเค็ม เพื่อนๆ คนไหนอยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ก็ต้องลองไปเที่ยวชมฟาร์มปลาแซลมอนที่นี่กันดู รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
  • พายเรือแคนู ใครอยากสัมผัสมนตร์เสน์ที่น่าหลงใหลของหมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้แบบเต็มอิ่ม ลองพายเรือแคนูชมบรรยากาศหมู่บ้านและบริเวณโดยรอบก็ได้นะ
  • พิพิธภัณฑ์หมู่เกาะโลโฟเทน นอกจากนี้บริเวณใกล้ๆ หมู่บ้าน Reine ยังมีพิพิธภัณฑ์หมู่เกาะโลโฟเทนที่น่าสนใจอีกด้วย เช่น พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมงนอร์วีเจียนที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เพื่อแสดงประวัติศาสตร์การประมงของหมู่เกาะโลโฟเทนในระยะเวลากว่า 200 ปีที่ผ่านมา เพื่อนๆ จะได้ชมนิทรรศการแสดงวิวัฒนาการการประมง เรือนูร์ลันด์โบราณและอุปกรณ์การตกปลาชนิดต่างๆ รวมถึงได้ลองชิมเบเกอรี่จากเตาหินโบราณที่มีอายุยาวนานกว่า 150 ปีอีกด้วย
    การเดินทางจากหมู่บ้าน Reine ไปพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมงนอร์วีเจียนให้นั่งรถบัสสาย 18 – 742, 18 – 772 หรือ 23 – 760 ใช้เวลา 15 นาที ค่าโดยสารประมาณ 35 โครน นอกจากพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมงนอร์วีเจียนแล้วก็ยังมีพิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง พิพิธภัณฑ์แบบอินเทอร์แอคทีฟที่สร้างขึ้นบริเวณรอบๆ แหล่งที่ขุดพบบ้านหัวหน้าเผ่าของชาวไวกิ้ง จัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์ชาวไวกิ้ง เรือไวกิ้งโบราณ และนักท่องเที่ยวก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมแบบดั้งเดิมของชาวไวกิ้ง เช่น การยิงธนู การขี่ม้า และการขว้างขวานได้อีกด้วย จากหมู่บ้าน Reine ไปพิพิธภัณฑ์ไวกิ้งให้นั่งรถบัสสาย 23 – 760 ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 80 โครน

Reine เป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่

Reine เป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ ที่ตั้งอยู่ห่างจากออสโล เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ไปทางตอนเหนือ 1,300 กิโลเมตร โดยมีสะพานเชื่อมไปยังเกาะเขตหนาว Moskenesioya ส่วนหนึ่งของหมู่เกาะ Lofoten ซึ่งมีหมู่บ้านเล็กๆ กระจายอยู่รอบๆ เกาะ ห้อมล้อมไปด้วยวิวทิวทัศน์ของเทือกเขา ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนสวยงามตระการตา ซึ่งแม้จะอยู่เหนือเส้น Arctic Circle เส้นสมมุติรอบบริเวณใกล้ขั้วโลกเหนือที่มีอากาศหนาวเย็น แต่โชคดีที่ได้รับอิทธิพลจากลมร้อนจากอ่าวเม็กซิโก ทำให้มีอากาศค่อนข้างเย็นสบายกำลังพอดี และยังสามารถชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนได้ในฤดูร้อน

โดยรอบเกาะรายล้อมไปด้วยมหาสมุทะแอตแลนติกและทะเลนอร์วีเจียนทำให้วิถีชีวิตของผู้คนบนเกาะแห่งนี้เลี้ยงชีพด้วยการจับปลาค็อด แล้วนำมาตากแห้งบนราวเป็นแผงรอบเกาะ เก็บไว้รับประทานในฤดูหนาว น้ำบริเวณมหาสมุทรส่วนหนึ่งจะกลายเป็นน้ำแข็ง ถึงแม้ว่าแถบนี้จะมีหมู่บ้านเยอะแค่ไหน แต่หมู่บ้าน Reine กลับได้รับการยกย่องจากนักท่องเที่ยวว่าสวยที่สุดในนอร์เวย์ ซึ่งมีบรรยากาศแสนสงบและมีประชากรเพียง 300 กว่าคนเท่านั้น

ด้วยชาวบ้านยังอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวไว้ได้และยังมีการจับปลาจนถึงปัจจุบัน ประกอบความงดงามของบ้านไม้แสนอบอุ่นสีขาว แดง และดำ อันเป็นเอกลักษณ์เรียงรายอยู่ตามพื้นที่ราบบริเวณแนวเทือกเขาหินผาอันแข็งแกร่งแทรกด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี มีเรือสำหรับออกหาปลาจอดหน้าบ้านคอยขยับขึ้นลงตามระลอกคลื่นเป็นวงตามกระแสลมที่พัดผ่าน เรียกได้ว่าธรรมชาติได้รังสรรค์ความงดงามไว้ให้มนุษย์อย่างลงตัวจริงๆ

แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะตั้งอยู่ห่างไกลเมืองหลวง แต่ด้วยทัศนียภาพความเก่าแก่ของหมู่บ้านที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ทำให้มีนักท่องเที่ยวหลายพันคนเดินทางมาชมความสวยงามตลอดปี ซึ่งมีกิจกรรมให้เลือกทำหลายอย่าง ทั้งพายเรือแคนู สัมผัส ความงดงามของหมู่บ้าน ล่องเรือชมวิวฟยอร์ดบาคาร่า

จากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งบนที่ราบหุบเขาที่มีชั้นหินแข็งโดยรอบ หรือใครอยากสัมผัสบรรยากาศแบบพาโนราม่าแนะนำให้มาปีนเขา Reinebrigen ที่มีความสูง 488 เมตร รับลมเย็นปะทะหน้าชื่นชมภาพหมู่บ้านในมุมสูงที่เห็นวิวทิวทัศน์รอบทิศทาง แล้วคุณจะสัมผัสถึงเสน่ห์ที่ธรรมชาติสร้างไว้จนอยากหยุดเวลาไว้ ณ ตรงนี้ให้นานที่สุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *