เที่ยวสวนในเซ็นทรัลพาร์ก นิวยอร์ก

เที่ยวสวนในเซ็นทรัลพาร์ก นิวยอร์ก เป็นบริเวณของสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตอนบนของเซ็นทรัลพาร์ค (Central Park) แห่งมหานครนิวยอร์ก (New York) ประเทศสหรัฐอเมริกา สวนนี้มีการจัดแต่งและแบ่งพีชพันธุ์ดอกไม้ออกป็น 3 สไตล์ คือ สไตล์อิตาเลียน, สไตล์ฝรั่งเศส และสไตล์อังกฤษ โดยสวนแต่ละสไตล์จะถูกแบ่งโดยกำแพงหินและต้นไม้ขนาดใหญ่ ที่เที่ยวเอกวาดอร์ Ecuador

ส่วนแรกที่จะพูดถึงคือ สวนสไตล์อิตาเลียน จัดเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุด และถูกล้อมรอบด้วยพุ่มไม้ โดยด้านซ้ายและขวาจะมีต้นไม้ขนาดใหญ่เป็นตัวแบ่งแยกโซนนี้จากสวนสไตล์อื่นๆ ต้นไม้พวกนี้จะออกดอกสีชมพูและสีขาว เบ่งบานสะพรั่งสวยงาม โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิ จะออกดอกสวยงามเป็นพิเศษ ที่สำคัญในสวนนี้ยังมีน้ำพุสูง 12 ฟุตอยู่ทางด้านตะวันตกและซุ้มทางเดินที่มีดอกวิสทีเรีย (Wisteria) สีชมพูม่วงปกคลุมอยู่อีกด้วย

สวนต่อมาคือ สวนสไตล์ฝรั่งเศส เป็นสวนที่อยู่ทางทิศเหนือของสวนสไตล์อิตาเลียน ออกแบบเป็นรูปวงรี มีดอกไม้นานาพันธุ์ปลูกประดับสลับกับไม้ดัดโดยรอบ เช่น ดอกทิวลิป ดอกแดฟฟอดีล ซึ่งจะออกดอกสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ และดอก Korean Chrysanthemum ในฤดูใบไม้ร่วง ตรงกลางของสวนยังมีน้ำพุ 3 สาวน้อยในท่าเต้นรำอยู่อีกด้วย

สวนสุดท้ายคือ สวนสไตล์อังกฤษ เป็นสวนที่อยู่ทางทิศใต้ของสวนสไตล์อิตาเลียน สวนแห่งนี้จะมีลักษณะเป็นวงกลม เดินวนๆ สลับกันเข้าไปจนถึงตรงกลางของสวน ซึ่งบริเวณนี้จะมีบ่อน้ำเล็กๆ รวมทั้งรูปปั้นเด็กผู้หญิงและเด็กชายอีกด้วย บริเวณนี้เหมาะแก่การนั่งพักผ่อนมากๆ เพราะใกล้กับบ่อน้ำจะมีต้นไม้ขนาดใหญ่ปกคลุม ร่มรื่น สดชื่น และแจ่มใสเป็นที่สุด

ด้วยบรรยากาศอันร่มรื่นและโรแมนติคของ Conservatory Garden ทำให้คู่บ่าวสาวหลายๆ คู่ นิยมมาจัดงานวิวาห์กันที่นี่ เช่นเดียวกับวันที่ผู้เขียนไปถึง แอบเห็นคู่บ่าวสาวมาถ่ายรูป Pre-wedding กันด้วยค่ะ เสียดายที่ไม่ได้เก็บภาพมาฝาก เพราะเขากำลังจะกลับกันพอดี

เซ็นทรัลพาร์ก นิวยอร์ก

เที่ยวสวนในเซ็นทรัลพาร์ก นิวยอร์ก

ในส่วนของ Central park มีขนาดพื้นที่ 843 เอเคอร์ หรือประมาณ 3.41 ตร.กม. ตั้งอยู่ระหว่างย่าน Upper West Side  และ Upper East Side ใหญ่เว่อวังมากๆเลย เดินไม่ดีอาจหลงทางได้ ในปี ค.ศ. 2013 มีคนมาเยี่ยมชมที่นี่สูงถึง 40 ล้านคน และเป็นสวนสาธารณะที่ถูกนำไปใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์มากที่สุดด้วย นอกจากเรื่องของขนาดแล้ว ในปี ค.ศ. 1858 สวนสาธารณะแห่งนี้ยังได้รับการออกแบบมาอย่างดีจากสถาปนิกผังเมือง Frederick Law Olmsted และนักออกแบบผังเมือง Calvert Vaux มาช่วยกันเนรมิตให้เป็นสวนสาธารณะในฝันให้กับชาวเมืองกันเลยทีเดียว

ในข่วงที่เราไปเที่ยวกันเป็นฤดูหนาว หนาวมากๆ อุณหภูมิประมาณ 4 องศาเซลเซียส แต่พอได้เข้าไปในสวนเท่านั้นแหละ อากาศก็ดรอปลงเพราะความชื้นและความหนาแน่นของป่าไม้ในนั้น รีบเอามือซุกกระเป๋าแทบไม่ทัน หูชากันเลยทีเดียว หมวกบีนและเสื้อโอเวอร์โค้ทก็เอาไม่ค่อยอยู่ แต่ชาวเมืองที่มาเดินเล่นแถวนั้นกลับแต่งตัวกันชิลมาก เหมือนว่ามันไม่ได้หนาวซักเท่าไหร่ นี่ก็มองหน้าเพื่อน สบตากันแล้วก็คิดว่า เอ๊ะ เราเว่อกันไปเองป่าวอ่ะ

สถานที่เที่ยวในนี้ก็มีตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ สนามเด็กเล่น สวนสัตว์ โรงหนัง คอร์ดเทนนิส เอาเป็นว่าถ้าไม่มีเวลาไปไหนไกลอย่างเช่น การออกไปนอกเมือง ก็มาใช้เวลากันที่นี่ให้เต็มที่ได้เลย

จุดที่ 1 อลิสอินวันเดอร์แลนด์

อลิสและผองเพื่อนของเธอมาอยู่กันที่นี่ในปี ค.ศ. 1959 โดยผู้ใหญ่ใจดีที่ชื่อว่า George Delacorte มอบรูปปั้นนี้ให้ไว้เป็นของขวัญสำหรับเด็กๆในเมืองนิวยอร์ก และเจตนาอีกเรื่องคือการที่เค้าสร้างรูปปั้นนี้ไว้เป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึงภรรยาของเค้าที่ชื่อว่า Margarita เธอชอบอ่านเรื่อง อลิส ให้กับลูกๆของเธอฟัง
รูปปั้นนี้เป็นที่ฮอตฮิตสำหรับเด็กๆมาก พวกเค้าชอบมาปีนป่ายเล่นกันรอบๆตัวอลิส และเห็ด จะเห็นได้ว่าเค้าเล่นกันเยอะจนตัวรูปปั้นนั้นขึ้นเงาเลย
เค้ามีการจารึกเพลง Twinkle, Twinkle Little Star ลงบนพื้นตรงบริเวณรูปปั้นของ Alice in wonderland ด้วยนะ นี่เราก็ฮัมเพลงตามเบาๆ เพลินเลย

จุดที่ 2 สะพาน Springbanks Arch

เซ็นทรัลพาร์ค นิวยอร์ก 7
สะพานหินแห่งนี้ สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1863 ตกแต่งเก็บรายละเอียดโดย Jacob Wrey Mould สะพานนี้สร้างจากอิฐและหิน ตอนมองมาคือมันดูรกร้างมาก มีหญ้าแห้งขึ้นเต็มเลย ส่วนมุมนี้ที่ถ่ายมาคือบริเวณใต้สะพานนั่นเองที่พอมองขึ้นไปจะเป็นวิวอาคารเมือง นิวยอร์ก จุดนี้เป็นฉากที่ใช้ในซีรีย์ฮอร์โมนด้วยนะ ถ้าใครยังจำกันได้ ว่าแล้วก็ต้องไปเจิมซะหน่อย คิดว่าตัวเองกำลังถ่ายละครอยู่

จุดที่ 3 น้ำพุ Bethesda

ไฮไลท์สำคัญ ใครไปใครมาเป็นต้องมาแวะแชะภาพกันที่นี่ ทั้งคนไทยเองและชาวต่างชาติ เรียกว่าเป็น ที่เที่ยว New york ยอดฮิตเลยก็ว่าได้นะ ปกติแล้วตรงนี้จะมีน้ำและน้ำพุเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับสวนสาธารณะ แต่เนื่องด้วยตอนนี้เป็นหน้าหนาว ถ้ามีน้ำมันก็จะกลายเป็นน้ำแข็งซะหมด เค้าก็เลยปล่อยน้ำออก เหลือเป็นภาพน้ำพุแห้งแบบนี้ล่ะจ้า นี่โชคดีมาก เพราะมันหนาวเกิ๊น คนเลยไม่เยอะ เห็นเพื่อนบอกว่าช่วงหน้าร้อนคือ ถ่ายรูปไม่สวยเลอ เห็นแต่หัวคนเต็มไปหมด
อีกเรื่องคือมุมนี้เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วเคยเป็นที่ถ่ายหนังเรื่องกุมภาพันธ์ ด้วยนะ เก๋ไปอีก
เซ็นทรัลพาร์ค นิวยอร์ก
รูปปั้นนางฟ้านี้ อ้างอิงถึงพระวรสารของนักบุญจอห์น ที่เล่าว่ามีนางฟ้ามาให้พรกับน้ำพุแห่งนี้เพื่อใช้เป็นพลังในการรักษาโรค นางฟ้าผู้นี้จะถือดอกลิลลี่ไว้ในมือซ้าย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของน้ำที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์แล้ว ในสมัยนั้นเป็นช่วงที่มีการระบาดของโรคอหิวาตกโรคด้วย

Bethesda Terrace

จุดที่ 4 Bethesda Terrace

โถงทางเดินนี้สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1860 เป็นสถาปัตยกรรมหลักในสวนสาธารณะที่ประกอบด้วย บันไดเชื่อมต่อขนาดใหญ่ระหว่างชั้นบนและชั้นล่าง และเพดานที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ที่นี่เป็นอาคารแบบเปิดกว้างใช้สำหรับเป็นที่พักพิงให้ผู้มาเยี่ยมชมมาหลบฝนและหลบความหนาวโดยมีเครื่องทำความร้อนอยู่ที่บริเวณนี้ด้วย ไฮไลท์สำคัญของที่นี่คือเพดาน Minton Tile ที่ออกแบบโดย Jacob Wrey Mould

เราสามารถเดินขึ้นไปชมวิวสวนสาธารณะจากมุมสูงได้ บริเวณนี้คนก็ชอบมาถ่ายรูป และก็ได้เห็นสถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียที่ประดับอยู่ ทั้งเสา อาคาร ใต้ถุน เก็บภาพกันรัวๆไปเลยจ้า

จุดที่ 5 ทะเลสาบ

จริงๆแล้วบริเวณนี้คืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับเป็นแหล่งจ่ายน้ำชั่วคราวของชาวนิวยอร์กในอดีต ปัจจุบันมุมนี้กลายเป็นมุมยอดฮิตที่หลายๆคนต้องมาเก็บภาพแลนด์สเคปอันสวยงามที่นี่ ช่วงหน้าหนาวอาจจะสวยน้อยหน่อยเพราะต้นไม้เหี่ยวแห้งกันหมดเลย
ที่คนชอบมาถ่ายรูปแถวนี้เพราะมีมุมริมน้ำ และมีฉากหลังเป็นอาคารคู่ของอพาร์ทเม้นท์ San Remo ซึ่งฉากนี้ก็ชอบไปปรากฏในหนังอเมริกันบ่อยๆ อย่างเช่น พวกหนังรัก หนังตลก หลายๆเรื่อง เพราะมันได้ฟีลลิ่งดีมากเลย ดูชิลสุดๆ ถ้าใครเห็นจะจำได้เลยว่าตรงนี้คือส่วนของ เซ็นทรัลพาร์ค ในเมืองนิวยอร์ก

จุดที่ 6 สะพาน Bow Bridge

ในเซ็นทรัลพาร์คจะมีสะพานที่ใช้สำหรับเชื่อมสระน้ำและทางเดินระหว่างสองฝั่งประมาณนี้อยู่มากถึง 36 สะพาน และไม่มีสะพานไหนเลยที่ซ้ำกัน ซึ่งก็มีทั้งที่ทำจากเหล็ก และทำจากหิน ส่วนสะพานแห่งนี้สร้างจากเหล็กหล่อ ตกแต่งอย่างสวยงามโดยนักออกแบบ Calvert Vaux และ Jacob Wrey Mould ufabetสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1862 ได้ชื่อว่าเป็นสะพานที่ยาวที่สุดในเซ็นทรัลพาร์คเลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *