แบบบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล เรียบง่ายหอมกลิ่นอายชนบท แต่เนื้อหานี้เราไม่ได้ชวนไปชมทุ่งนา เป้าหมายอยู่ที่โครงการบ้านชื่อ  BSPN House บ้านหลังใหญ่ของครอบครัวสองรุ่นที่มีจุดมุ่งหมายสวนทางกัน คือ เป็นบ้านที่รองรับคุณพ่อคุณแม่วัยเกษียณอายุให้อยู่สบายในช่วงบั้นปลายชีวิต และอีกเจเนอเรชันที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตครอบครัว เจ้าของบ้านจึงต้องการ “บ้าน” ที่โอบอุ้มครอบครัวทั้งสองเจเนอเรชัน (และรุ่น 3) ได้อย่างครบถ้วน สามารถสร้างพื้นที่กิจกรรมที่จะเป็นมุมโปรดของทุกคน ไม่ว่าใครก็ใช้งานได้ ให้สเปซผูกสมาชิกทุกคนเอาไว้ด้วยกัน บ้านเพื่อคนรักสัตว์

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล

บ้านในอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีหลังนี้ สร้างบนที่ดินกว่า 1 ไร่ บ้านที่มีลักษณะหน้าแคบแต่ลึก เจ้าของบ้านต้องการบ้านที่รองรับครอบครัวขยาย เอาไว้อยู่อาศัยสบาย ๆ ยามเกษียณกับครอบครัวของลูกชายที่กำลังจะแต่งงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ใฝ่ฝันมาตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยตัวไซต์ที่มีทัศนียภาพงดงามของทุ่งนาและลำคลองที่ด้านหลัง จึงเหมาะแก่การพักผ่อนรับสิ่งดี ๆ ที่อยู่รายล้อม แม้จะมีข้อเสียอยู่บ้าง แต่นักออกแบบเลือกใช้ประโยชน์จากข้อดีของบริบท ผสมผสานกับการออกแบบในสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่มีฟังก์ชันสอดคล้องกับสภาพอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา เพื่อให้ทุกคนในบ้านได้อยู่ในสภาวะสบายที่สุด

ด้วยลักษณะที่ดินที่ค่อนข้างลึก ทำให้วิวที่ดีที่สุดนั้นมีค่อนข้างจำกัด เพื่อดึงเอาเอกลักษณ์ของเว็บไซต์ออกมาผสมผสานกับความต้องการของเจ้าของบ้าน ทีมงานจึงใส่ไอเดียแยกอาคารออกเป็นสองก้อน สร้างที่ว่างเปิดโล่งตรงกลางเป็นคอร์ทยาร์ดระหว่างอาคาร เพื่อให้บ้านมีทิวทัศน์ที่หลากหลายมากขึ้น บริเวณบ้านหลักหลังจะได้วิวจากทั้งคลองด้านหลัง และสวนกลางบ้าน

อาคารด้านหน้าจะทำหน้าที่เป็นโรงจอดรถที่ชั้นล่าง และชั้นบนเป็นห้องนอนสำหรับแขกที่มาเยี่ยมเยียน ซึ่งสามารถมองเห็นคอร์ทกลางสีเขียวได้จากชั้นบน แต่ทั้งสองอาคารจะมีลักษณะร่วมกันคือ บ้านถูกนำเสนอในสไตล์ Modern Tropical ซึ่งผสมผสานการใช้วัสดุธรรมชาติที่น่าดึงดูดใจ และวัสดุสมัยใหม่ที่สร้างขึ้นอย่างประณีต เช่น การตกแต่งด้วยไม้สัก หิน กระเบื้องเซรามิก และกระจก เพราะเหล็กสามารถตอบโจทย์การให้คานที่พาดได้ในระยาว ใส่ที่ว่างขนาดใหญ่ได้มากขึ้น แต่ไม่ดูหนักเทอะทะของโครงสร้างคอนกรีต

บ้านหลังใหญ่ขนาด 5 ห้องนอน 8 ห้องน้ำ ได้วางฟังก์ชั่นที่เป็นจุดศูนย์กลางของครอบครัวไว้ในจุดนี้ ประกอบด้วย ห้องนั่งเล่นและโซนรับประทานอาหาร และใส่ประตูกระจกบานเฟี้ยมที่เก็บเข้าด้านข้างได้ เปิดช่องเปิดที่ชมวิวคลองและทุ่งนายาวขนานไปกับสระว่ายน้ำโดยไม่มีเสามาบังยาวกว่า 10 เมตร ช่วยเชื่อมโยงครอบครัวเข้าด้วยกันในขณะที่เพลิดเพลินกับสายลมแห่งธรรมชาติที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างเต็มที่

สำหรับภายใน สถาปนิกได้ทำการเสริมเสน่ห์ของที่ว่างด้วยการเจาะพื้นที่เป็นเพดานสูง (double space) เชื่อมต่อในแนวตั้งระหว่างชั้น 1 กับชั้น 2 ซึ่งทำให้บ้านดูโอ่โถงเป็นพิเศษ แต่ก็มีผลดีในแง่ของการระบายอากาศด้วย  เพราะระยะห่างระหว่างพื้นกับเพดานที่มากขึ้น จะทำให้อากาศร้อนลอยตัวขึ้นสู่ที่สูงได้ดี พร้อมกับระบายอากาศร้อนออกจากตัวบ้านได้ง่าย บ้านจึงเย็นสบายอยู่เสมอไม่มีมวลความร้อนสะสม การจัดพื้นที่ภายในแนวนอนก็ลื่นไหล กว้างขวาง ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ หรือวัยชราก็ใช้งานร่วมกันได้อย่างปลอดภัย

บริเวณชั้นบนโปร่งสว่างกับช่องทางรับแสงที่มีทั้งจากด้านข้าง และช่องแสง Skylight ดึงแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในได้จากด้านบน นอกจากนี้ยังมีช่องเปิดให้มองเห็นวิวในมุมต่าง ๆ นอกจากจะปลอดภัยจากแสงที่เพียงพอแล้ว ยังได้เห็นทิวทัศน์ภายนอกทุกครั้งที่ขึ้น-ลงด้วย

ตัวอาคารที่ดูหนักแน่นจากกล่องสี่เหลียมเส้นสายตรงไปตรงมา และแผ่นหินที่ตกแต่งผนังบ้าน แต่ก็ให้ความอบอุ่นจากงานไม้ปนความผ่อนคลายที่ได้จากบริบทธรรมชาติรายล้อม ประกอบกับพื้นที่ส่วนรวมที่ทำให้คนในบ้านได้ทำแทบทุกกิจกรรมร่วมกัน ทำให้บทสรุปของบ้านที่ทำหน้าที่เชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ไม่ใช่บ้านของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นบ้านที่ตอบโจทย์สำหรับทุกคนในครอบครัวอย่างที่ตั้งใจ

บ้านไม้สองชั้น

ออกแบบบริเวณบ้าน บ้านไม้สองชั้น

“บ้านไม้” แม้จะเป็นวัสุดที่คุ้นเคย แต่ยุคหนึ่งกลับให้ความรู้สึกว่าเชย ถึงจะเป็นอย่างนั้น เราก็ยังเห็นว่าบ้านหลายหลังมีส่วนประกอบของไม้ควบคู่กันไม่มากก็น้อยในทุกยุคทุกสมัย อาจจะด้วยคุณสมบัติที่ไม่มีใครเหมือน และมอบบรรยากาศอบอุ่นให้กับบ้าน จึงไม่เคยถูกทิ้งจนหมดความนิยมไปเลย เพียงแต่ถูกตีความนำเสนอในรูปแบบใหม่ ๆ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น นำไม้มาดีไซน์ตับคู่กับเส้ยสายเรียบ ๆ จนได้ผลงานออกมาเป็นบ้านแบบครึ่งปูนครึ่งไม้ที่ดูดีได้ในการออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

ลักษณะเป็นบ้านสองชั้น ผนังชั้นล่างผสมผสานการก่ออิฐฉาบปูนทาสีครีมออกเทา หลังคาแบน (Flat Slab) ทำให้บ้านมีเส้นสายสะอาดด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่ไม่ซับซ้อน เมื่อประกอบกับการตีผนังบนชั้นสองด้วยไม้สีอ่อน ๆ ตัดเป็นเส้นเล็ก ๆ ไม่ตีแบบซ้อนเกล็ด ไม่เคลือบเงาหรือย้อมไม้ กรอบหน้าต่างเหล็กบาง ๆ ยิ่งทำให้บ้านโดดเด่นตามสไตล์โมเดิร์น ที่ยังคงมีความอบอุ่นแบบร่วมสมัยแต่ไม่มีความเชยหลงเหลือ

บางครั้งการสร้างบ้านชั้นเดียวก็ได้ฟังก์ชันน้อยไป แต่ถ้าจะเป็นสองชั้นทั้งหมดก็ใหญ่เกินความจำเป็น หลายบ้านจึงใช้วิธีการทำบ้านชั้นครึ่ง ด้านในด้านหนึ่งมีชั้นเดียว ส่วนอื่นๆ เป็น 2 ชั้น  แล้วใส่การเชื่อมต่อให้ทั้งสองพื้นที่มีความต่อเนื่อง เอื้อให้สมาชิกในครอบครัวใช้งานได้ง่ายและมีปฏิสัมพันธ์กันได้ดี อย่างบ้านหลังนี้เลืกใช้การใส่บานประตูกระจกใสเป็นตัวกลาง นอกจากจะสร้างความต่อเนื่องในแง่ของพื้นที่แล้ว ยังเปิดมุมมองให้เห็นธรรมชาติรอบบ้าน  แม้จะอยู่บ้านคนละส่วนของบ้านก็ไม่รู้สึกว่าถูกตัดขาด

การเลือกสีทาบ้านที่เหมาะกับไม้และเข้ากันได้กับบ้านสไตล์โมเดิร์น จะเป็นสีเอิร์ธโทน สีน้ำตาล สีครีม สีเทา สีขาว รวมถึงสีเขียว เพราะเป็นสีที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติอบอุ่น เรียบง่าย สงบ และผ่อนคลาย การจับคู่กับวัสดุอื่น ๆ เช่น กรอบหน้าต่างเหล็ก กระจกใส ๆ หรือเมทัลชีท แล้วตัดสายตาด้วยสีดำเข้ม ๆ ก็ช่วยเพิ่มความรู้สึกคมชัดแบบโมเดิร์นได้เช่นกัน

ทริคการสร้างบ้านไม้ให้ดูไม่เชยมีหลากหลายให้เก็บไว้เป็นไอเดีย อาทิ การเลือกสีไม้ เนื้อไม้สีเข้มอย่างไม้สักจะทำให้บ้านดูมีอายุกว่าไม้สีอ่อนอย่างไม้สน ไม้แอช ที่ให้ลุคดูทันสมัยกว่า เราจะเห็นว่าบ้านยุคใหม่นิยมนำไม้สักไปฟอกสีหรือย้อมเสี้ยนให้สีอ่อนลง แต่อันที่จริงแล้วการนำไม้ที่มรีสีต่างกันตามธรรมชาติมาใช้งานร่วมกันก็ทำให้บ้านดูมีมิติแปลกตาได้ ส่วนวิธีการกรุไม้ก็สำคัญ ผนังควรแบ่งเป็นไม้เส้นเล็ก ๆ ตีเรียงแบบเรียบเสมอกันไม่ต้องซ้อนเกล็ด จะดูโมเดิร์นขึ้น หลีกเลี่ยงการใส่ไม้แกะสลัก บัว คิ้ว  และไม้ย้อมสีเข้มเคลือบแลคเกอร์เงาวาววับ เพราะจะทำให้บ้านดูมีอายุ เชย ได้เช่นกัน

แบบบ้านอิฐช่องลม

แบบบ้านอิฐช่องลม

บ้านบนพื้นที่ 200 ตร.ม.แห่งนี้ถูกแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นบนได้รับการออกแบบให้มีปริมาตรใหญ่มากกว่าชั้นล่าง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มองเข้ามาแล้วอาคารดูเหมือนอาคารกำลังลอยตัวอยู่ การใช้อิฐสีแดงกับการจัดวางแบบเว้นช่องบริเวณด้านหน้าของอาคาร มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ลมและแสงธรรมชาติสามารถทะลุเข้าไปในห้องนอนสร้างมิติของแสงที่ไม่ซ้ำกันในเวลากลางวัน-กลางคืน และพรางสายตาผู้คนที่ผ่านไปมา ชั้นล่างเน้นความโปร่งโล่งแทบไม่มีผนังกั้นเป็นใต้ถุน ที่ให้แสงธรรมชาติและการระบายอากาศสูงสุด เติมบรรยากาศความเย็นสดชื่น จะมีผนังก่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวสำหรับห้องน้ำและห้องเก็บของเท่านั้น

เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะพบกับส่วนใจกลางบ้าน เป็นบันไดขึ้นสู่ชั้นสองที่เจาะเป็นโถงสูง 2 ชั้น เพื่อสร้างความรู้สึกโอ่โถงและเอื้อให้อากาศร้อนลอยตัวขึ้นสู่ที่สูงแล้วระบายออกจากตัวอาคารได้ดี การตกแต่งภายในเต็มไปด้วยด้วยวัสดุธรรมชาติเรียบง่ายอย่าง คอนกรีต ไม้ โคมไฟไม้สาน บริเวณโต๊ะทานทานข้าวสามารถใช้เป็นที่ทำงานสำหรับชาวดิจิทัลที่ทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ ในบรรยากาศ co-working ที่น่าตื่นตาตื่นใจและอบอุ่นเป็นกันเอง รอบ ๆ ยังจัดวางกระถางต้นไม้เพื่อสร้างความเขียวขจีและอารมณ์แบบเขตร้อนเขตร้อน

ด้านหลังอาคารเปิดโล่ง มองเห็นพื้นที่กลางแจ้งที่รายล้อมด้วยทุ่งนาและต้นมะพร้าวอันสวยงามเป็นธรรมชาติ ในสระว่ายน้ำออกแบบรูปทรงธรรมชาติ (organic form) ให้มีขอบสระเป็นเลเยอร์หลายชั้น สามารถใช้นั่งเล่นและเพลิดเพลินกับแสงแดดได้แบบต่างระดับ ขอบสระชั้นบนสุดทำขึ้นให้สูงกว่าระดับน้ำในสระเล็กน้อย เพื่อให้ดูเเหมือนลอยอยู่เหนือสระที่มีน้ำสีฟ้าใสสะอาดคล้ายสีน้ำทะเล รูปร่างที่ไหลลื่นสร้างความรู้สึกว่าเป็นชิ้นงานที่แตกต่างหากเปรียบเทียบจากรูปทรงพื้นฐานของเกสต์เฮาส์เป็นสี่เหลี่ยม

ห้องนอนที่อยู่บนชั้นสอง ยังคงคอนเซ็ปการใช้วัสดุที่โชว์เนื้อแท้ของวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นพื้นหินขัด ผนังปูนเปลือยขัดมัน ตัดความรู้สึกดิบกระด้างด้วยงานไม้บริเวณหัวเตียง ด้านข้างของเตียงจะมีประตูบานเลื่อนกระจกเชื่อมต่อระเบียงที่มองออกไปรับวิวทุ่งน้า ท้องฟ้า และต้นไม้ที่อยู่ไกลออกไปให้รู้สึกชุ่มชื่นใจ ส่วนปลายเตียงจะเป็นฟาซาดอิฐช่องลมพอดี ซึ่งจะมีประตูบานเลื่อนกระจกซ้อนอยู่ด้านในอีกชั้น จึงทำให้ห้องมีความเป็นส่วนตัว แต่มีทางเลือกการใช้งานที่ยืดหยุ่น จะเปิดรับลมก็ได้ หรือจะปิดเอาไว้ให้ห้องรับแต่แสงก็ได้

ภาพรวมของบ้านในช่วงค่ำ จะเห็นแสงไฟส่องว่างผ่านออกมาตามช่องอิฐและไฟดาวน์ไลท์บนเพดาน ในขณะที่ชั้นล่างโปร่งโล่งทำให้บ้านยิ่งเห็นความเบาลอยตัวชัดขึ้น เสมือนเป็นตะเกียงดวงใหญ่ที่ทำให้บริเวณนี้มีชีวิตชีวาในอีกรูปแบบแตกต่างจากช่วงกลางวันอย่างสิ้นเชิง

ก่อนพักตากอากาศจะใช้สำหรับการพักผ่อนแบบใกล้ชิดธรรมชาติชั่วคราว อาทิ บ้านบนเนินเขา บ้านริมลำธาร บ้านชายทะเล ที่มีความร่มรื่นของแมกไม้ เสียงคลื่นทะเล หรือทิวทัศน์ที่ชวนให้ผ่อนคลายจากภาวะความเคร่งเครียด และยังดีต่อสุขภาพกายด้วย บ้านพักตากอากาศจึงค่อนข้างโปร่งสบายและจัดภูมิทัศน์สวยงาม แต่ในยุคปัจจุบันที่ผู้คนต้องอยู่บ้านมากขึ้น มีเวลาเข้าหาธรรมชาติน้อยลง การจัดบ้านให้เหมือนได้ผ่อนคลายในสถานที่ธรรมชาติทุกวันจึงเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยการออกแบบให้ภายในมีสเปซโล่งๆ เปิดรับได้ทั้งแสงและลมมีพื้นที่ยืดยุ่นลื่นไหล ใช้วัสดุธรรมชาติ และคำนึงถึงความสอดคล้องกับสภาพอากาศในท้องถิ่นไปพร้อม ๆ กัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น